เกี่ยวกับ 1359รอมรั้วป้องกัน
ประวัติความเป็นมารูปแบบธุรกิจนอกระบบ
 มาตรการป้องปราม
คณะอนุกรรมการการป้องกันตนเอง
ส่วนกลางขั้นตรวจสอบและดำเนินคดี
ส่วนภูมิภาค



    ปิด


กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.กฏหมาย
กฏหมายสำหรับเจ้าหน้าที่
คู่มือ
คู่มือวิทยากร
คู่มือปฏิบัติหน้าที่



    ปิด

การเงินนอกระบบมาตรการป้องปรามการป้องกันตัวเองขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินคดี

การเงินนอกระบบคืออะไร
การเงินนอกระบบ คือ การทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบการควบคุม กำกับดูแลของทางการ ไม่ว่าจะเป็นระบบสถาบันการเงิน ระบบกฎหมาย หรือระบบภาษีอากร หรือไม่ได้รับการยอมรับให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ อาจสัมพันธ์ไปถึงเศรษฐกิจใต้ดิน (เช่น การค้าน้ำมันเถื่อน การเปิดบ่อนการพนัน การค้าประเวณี การขายสินค้าหนีภาษี การคอร์รัปชั่น เป็นต้น) ซึ่งเป็นการปฏิบัติต่างๆ ของตัวแทนทางเศรษฐกิจซึ่งไม้ได้ยึดถือตามกฎระเบียบของรัฐ แต่อาจจะมีกฎระเบียบของตนเอง การเงินนอกระบบที่กระทรวงการคลังกำกับดูแลอยู่จะเน้นไปที่ธุรกรรมที่เข้าข่ายเป็นการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชนในลักษณะการให้ หรือสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงและต่อเนื่อง ซึ่งเรียกความสนใจจากประชาชนให้ตกลงเชื่อได้โดยง่าย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพียงแต่เป็นการใช้เทคนิคเงินต่อเงินหรือหมุนเวียนเงินเท่านั้น แต่เดิมการเงินนอกระบบเกิดขึ้นจากความจำเป็น หรือความต้องการใช้เงินส่วนบุคคล ของคนที่ไม่สามารถพึ่งแหล่งเงินจากสถาบันการเงิน ได้ เช่นธนาคารฯลฯจึงต้องหยิบยืมเงินจากคนรู้จักหรือคนใกล้ตัวเช่นญาติพี่น้องฯลฯต่อมาธุรกรรมทำนองนี้ได้ขยายตัวตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ และเป็นไปอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน ประกอบกับยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการเงินนอกระบบมาใช้บังคับ เมื่อเศรษฐกิจ และสังคมเริ่มขยายตัวมากขึ้น ความต้องการเงินก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนหรือกลุ่มคนแสวงหาผลประโยชน์จากคนที่มีความเดือดร้อนเป็นในการใช้เงินอย่างเร่งด่วน โดยวิธีการที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงผู้ที่ไม่เข้าใจ ขาดความรู้ รู้เท่าไม่ ถึงการณ์ และถูกจูงใจโดยการอ้างผลประโยชน์ ตอบแทนในอัตราที่จูง ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้ แก่ผู้ที่เดือดร้อน และ ในที่สุด จะกลายเป็นปัญหาของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากเป็นปัญหาส่วนหนึ่งของสังคมแล้วการเงินนอกระบบยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศโดยรวมจนทางการต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการออก กฎหมายเพื่อปราบปรามการเงินนอกระบบโดยเฉพาะขึ้นในปี พ.ศ. 2527 คือ กฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ ซึ่งก่อนที่กฎหมายการกู้ยืมเงินฯ จะมีผลใช้บังคับ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการกับดูแลเกี่ยวกับการเงินนอกระบบ จึงได้จัดตั้งกลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ตลอดจนปกป้องคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน หลังจากที่บังคับใช้กฎหมายการกู้ยืมเงินฯ มาได้ระยะหนึ่ง ต่อมาเศรษฐกิจและสังคม ได้ เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคโลกาภิวัฒน์ พฤติกรรมของผู้แสวงหาผลประโยชน์ก็ได้ปรับเปลี่ยน รูปแบบใหม่ที่ซับซ้อน กว่า เดิม และอาศัยช่องว่างของกฎหมายกระทำความผิดทำให้กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถใช้บังคับการกระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทางการจึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ฉบับดังกล่าว 2 ครั้ง เพื่อให้สามารถครอบคลุม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการเงินนอกระบบมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถติดตามดตามตรวจสอบสถานการณ์ เกี่ยวกับการเงินนอกระบบ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการเงินนอกระบบที่เอื้อต่อเศรษฐกิจของประเทศ และหยุดยั้งการเงินนอกระบบที่สร้างความเสียหายต่อสังคมมิให้ลุกลามตัวออกไปในวงกว้าง ปัจจุบันแม้ทางการจะมีกฎหมายหลายฉบับเป็นเครื่องมือ และมีหน่วยงานหลายแห่งดูแลกฎหมายเหล่านั้น แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานหลักหรือเป็นเจ้าภาพในการดูแลเรื่องการเงินนอกระบบทั้งหมด กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะขยายขอบเขตภารกิจกลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวและเกิดความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่แจ้งความรับผิดชอบใกล้เคียงกัน เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น ซึ่งจะได้มีพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไปโดยที่ขณะนี้ มีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน โครงการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเศรษฐกิจนอกระบบ เพื่อป้องกันการสับสนการแบ่งงานกันทำกล่าวคือ การดำเนินงานแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยกระทรวงการคลังได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการปฎิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนจังหวัด (ศตจ.) โดยตรง รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทันท่วงทีสร้างโครงการจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการเศรษฐกิจนอกระบบเป็นนโยบายที่รัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อสนับสนุนและเสริมธุรกิจการเงินนอกระบบให้มีบทบาทมากขึ้นในการสร้างการเติมโตและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ลดผลกระทบทางสังคมที่ไม่พึ่งปรารถนาจากการให้บริการและประกอบอาชีพที่อยู่นอกระบบ ความเป็นธรรมและกระจายโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน สำหรับการเงินนอกระบบ ที่กลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเงินนอกระบบทั้งหมด โดยการกำกับดูแล สอดส่องพฤติกรรมหรือธุรกิจที่ยังไม่เข้าระบบสถาบันการเงินหรือระบบจัดเก็บภาษีอากร เพื่อสนับสนุนการจัดระเบียบทางเศรษฐกิจตามกระบวนการด้านการเงินการคลัง โดยมีกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและกฎหมายการเล่นแชร์เป็นหลัก โดยจะเป็นแหล่งรวบรวบข้อมูล หลักฐานทางด้านปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อมีการกระทำความผิด เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

การเงินนอกระบบมาตรการป้องปรามการป้องกันตัวเองขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินคดี

มาตรการป้องปราม
มาตรการในการป้องปรามการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง
กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบกระทรวงการคลังได้มีมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการป้องปรามและการแจ้งเตือนให้ตระหนักถึงพิษภัยของธุรกิจค้าเงินเถื่อน และแชร์ลูกโซ่ โดยได้กำหนดเป็น 4 มาตรการ ดังนี้
1. มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือน ทางกลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ ดำเนินการกำหนดแผนการประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน รวมทั้งการผลิตสื่อหลายประเภท เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยระบบ TOUCH SCREEN, การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยระบบ INTERNET การเผยแพร่ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ทางตู้บริการเงินอัตโนมัติ (ATM) และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยใบปลิวแผ่นพับ
2. มาตรการด้านการป้องกันและปราบปราม กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบดำเนินการกวดขันตามมาตรการการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน สอดส่อง สืบสวนพฤติกรรมของบุคคล และคณะบุคคลที่ประกอบธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ และธุรกิจค้าเงินเถื่อน เช่น การออกหนังสือเรียกตามมาตรา 7 (1) (2) และ (3) รวมถึงการเข้าไปสอดส่องดูแลพฤติกรรมของบริษัทประเภทนี้
3. มาตรการด้านระเบียบ กฎหมาย กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบได้มีการประชุมและประมวลสาระที่เกี่ยวกับประเด็นความผิดตามกฎหมายต่าง ๆ ให้ปรากฏชัดเจนเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด และมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มากขึ้น
4. มาตรการด้านการปฏิบัติการ โดยการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเข้าตรวจค้น กับบริษัทที่กระทำความผิดตามมาตรา 7 (4) ซึ่งชุดปฏิบัติการประกอบด้วย กลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ กรมสรรพากร ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้การเข้าดำเนินการของชุดปฏิบัติการได้ดำเนินการอย่างรัดกุมตามระเบียบกฎหมาย เช่น หมายของศาลในการเข้าตรวจสอบ ตรวจค้น

มาตรการป้องกันภัยจากธุรกิจการเงินนอกระบบในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อน และความละเอียดอ่อนในการประกอบธุรกิจและการลงทุน ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพก็มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเทคนิคและกลวิธีการก่ออาชญากรรมทางการเงินมากขึ้น หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบต้องสอดส่องดูแลพฤติกรรมกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย จึงสามารถดำเนินการต่างๆประสบความสำเร็จได้ด้วยดี กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง ผู้รับผิดชอบตามพระราชกำหนดการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ได้มีมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาเฝ้าระวัง สอดส่อง ป้องปรามและการแจ้งเตือนให้ประชาชนเข้าใจตระหนักถึงพิษภัยธุรกิจการเงินนอกระบบรูปแบบต่างๆทั้งธุรกิจค้าเงินเถื่อน และแชร์ลูกโซ่ ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาสอดส่องแจ้งเบาะแสให้แก่ส่วนราชการเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้โดยได้กำหนดเป็น 4 มาตรการ ดังนี้
1. มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ทางกลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ ดำเนินการกำหนดแผนการประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน การผลิตสื่อหลายประเภท เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยระบบ TOUCH SCREEN การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยระบบ INTERNET การเผยแพร่ทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยใบปลิวแผ่นพับ และการจัดอบรมเผยแพร่ความรู้แก่ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและประชาชนทั้วไป โดยทำการฝึกอบรมสร้างวิทยากรตัวคูณโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจการเงินนอกระบบให้แก่พนักงานพัฒนาธุระกิจของธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)และ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสมาชิกเครือข่าย ธ.ก.ส. ในจังหวัดต่างๆทั้วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้มีความใกล้ชิดกับประชาชนจะได้นำความรู้ไปเผยแพร่แจ้งเตือนประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆต่อไป ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจธุรกิจการเงินนอกระบบจะได้รู้จักการป้องกันตนจากมิจฉาชีพและช่วยสอดส่องพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส ร้องเรียน มายัง กปป.ได้ 6 ช่องทางคือ
1.1 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ หมายเลข 1359
1.2. ตู้ปณ.1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพ 10500
1.3. E-mail address: fincrime@mof.go.th อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
1.4. เว็บไซต์ กปป.http://www.mof.go.th/fincrime2004 ระบบร้องเรียน/ร้องทุกข์ ทางอิเล็กทรอนิกส์
1.5. แจ้งคณะอนุกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบประจำจังหวัดต่างๆที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอนุกรรมการ และสรรพากรพื้นที่ทุกจังหวัดเป็นเลขานุการ
1.6. แจ้งเบาะแส/.ร้องเรียน เป็นหนังสือ หรือเข้าแจ้งเบาะแส/ร้องเรียนด้วยตนเอง กลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
2. มาตรการด้านการป้องกันและปราบปราม กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบดำเนินการกวดขันตามมาตรการการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน สอดส่อง ตรวจสอบติดตามพฤติกรรมของบุคคล และคณะบุคคลที่ประกอบธุรกิจในลักษณะใดๆที่เข้าข่ายความผิดกู้ยืมเงินอันมีลักษณะฉ้อโกงประชาชน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับร้องเรียนหรือดำเนินการตรวจสอบแล้วมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใด คณะบุคคล หรือนิติบุคคลกระทำผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินอันมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถออกหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ สั่งบุคคลใดให้รายงานสภาพกิจการของตนตลอดจากสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของตน นำบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินมาตรวจสอบ และสามารถเข้าไปในสถานที่ใดๆเพื่อทำการตรวจสอบหรือค้นบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นของบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้โดยอาศัยตามมาตรา 7 เพื่อรวบร่วมหลักฐานดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้
3. มาตรการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆเช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อประสานความร่วมมือด้านนโยบาย การแก้ไขปัญหาการดำเนินคดี และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษในเรื่องความร่วมมือในการสนับสานการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 โดยกฎหมายดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในบางกรณีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญติดังกล่าว มีพฤติการณ์ในลักษณะเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341 ประกอบกับมาตรา 343 ถึงต้องประสานข้อมูลและร่วมปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปรามปราบอาชญากรทางเศรษฐกิจตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน
4. มาตรการด้าน กฎหมาย ระเบียบ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบได้มีการศึกษาวิเคราะห์เพื่อขอเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด ครอบคลุมการกระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มากขึ้นให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ในประเด็น การให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยให้มีอำนาจ และหน้าที่วางนโยบายการป้องกันและปราบปราม พิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิด เพิ่มอำนาจให้คำสั่งเจ้าหน้าที่ในการยึดอายัดโดยให้มีผลจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาเพิกถอนคำสั่งพนักงานเจ้าที่เพื่อคุ้มครองประโยชน์ประชาชนผู้ให้กู้ยืมเงินได้รับการชดเชยความเสียหายทางแพ่ง แก้ไขบทการลงโทษให้สามารถลงโทษนิติบุคคลได้ด้วยและเพิ่มโทษปรับให้สูงขึ้น และเพิ่มข้อสันนิษฐานความผิดในกรณีผู้ให้เช่าสถานที่ด้วย ยกเว้นเสียแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ
การเงินนอกระบบมาตรการป้องปรามการป้องกันตัวเองขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินคดี

การป้องกันตัวเอง
การป้องกันตนเองให้พ้นจากการเป็นเหยื่อจากธุรกิจการเงินนอกระบบ
ในลักษณะของการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (COMMODITY) การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FOREX) และการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของดัชนีหุ้นต่างประเทศ (SET INDEX)
ที่มาของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจประเภทนี้มี 2 กลุ่มด้วยกันคือ
กลุ่มที่สมัครเข้ามาเป็นพนักงานและกลุ่มที่ได้รับการติดต่อให้เป็นลูกค้า
ซึ่งในกรณีกลุ่มแรกนั้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบในวงจำกัด หรือมองไม่เห็นผลกระทบที่ได้รับ
แต่ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมายโดยกำหนดบทลงโทษครอบคลุมไปถึงพนักงาน
หรือลูกจ้างของบริษัทในฐานะตัวการร่วมกระทำความผิดหรือผู้สมรู้ร่วมคิดนั่นเอง
ขณะที่ลูกค้าของบริษัทจะได้รับความเสียหายโดยตรง คือ สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด
จึงควรที่จะตระหนักความผิดปกติของธุรกิจนี้ก่อนที่จะถลำลึกลงไป โดยมีข้อสังเกต ดังนี้
1. เอกสารชี้ชวนของบริษัท จะมีลักษณะการโฆษณาชวนเชื่อโดยอ้างถึงผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมาก ในระยะเวลาอันสั้นซึ่งน่าจะเห็นได้ว่าไม่มีความเป็นไปได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิกต่ำ แม้แต่สถาบันการเงินมืออาชีพขนาดใหญ่ที่รับบริหารกองทุนส่วนบุคคล ยังไม่กล้าประเมินผลตอบแทนให้แก่ลูกค้าตลอดเวลา ทั้งยังไม่มีความเสี่ยง และสามารถลดและจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนนได้ เนื่องจากบริษัทมีทีมงานด้านวิเคราะห์ข่าวสาร ข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์สูง
2. บริษัทมีความลึกลับ หากโทรซักถามข้อมูล โดยไม่ระบุชื่อพนักงานที่ติดต่อท่านมาก่อนแล้วยากที่จะได้รับรายละเอียด ทางเข้าออกบริษัทซับซ้อน มีกล้องวีดีโอวงจรปิดคอยสอดส่องบุคคลที่มาติดต่อบริษัทตลอดเวลา
3. เมื่อมีการตกลงว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัท ซึ่งจะมีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำไว้ตั้งแต่ 100,000 ถึง 200,000 บาท จนกระทั่งเป็น 10,000,000 บาท ทางบริษัทจะให้ลูกค้าเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินตามที่ระบุโดยชื่อเจ้าของบัญชี จะไม่ใช่ชื่อลูกค้า แต่เป็นชื่อพนักงานขายที่ลูกค้าติดต่อด้วย พร้อมทั้งมีการทำสัญญาโดยคู่สัญญาจะไม่ใช่บริษัท แต่จะเป็นพนักงาน ซึ่งจะทำให้สัญญานี้เป็นสัญญาจัดทำขึ้นระหว่างบุคคล โดยมีการระบุข้อความที่เป็นการผูกมัดจำกัดสิทธิลูกค้า ได้แก่ ไม่สามารถถอนเงินคืนได้จนกว่าคู่สัญญาจะยินยอมทั้งสองฝ่าย และ การดำเนินการซื้อขายนั้นขึ้นอยู่พนักงานเป็นผู้ตัดสินใจ หรือพนักงานเป็นผู้กระทำการแทนลูกค้าทุกอย่าง
4. การซื้อขายต้องผ่านระบบของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากการประกอบธุรกิจจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ตัวอย่างเช่นการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจะต้องมีการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศจริง ไม่ใช่เป็นการซื้อขายแต่เพียงตัวเลขเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย
5. บริษัทมักจะอ้างว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายไปยัง BROKER หรือตลาดค้าเงินตราต่างประเทศซึ่งลูกค้าไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทมีการส่งคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าบริษัทเหล่านี้ไม่เคยมีการส่งคำสั่งซื้อและคำสั่งขายไปยัง BROKER หรือตลาดค้าเงินตราต่างประเทศตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
6.การอ้างการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเป็นเพียงการบันทึกข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้นการจดทะเบียนดังกล่าวมิได้รับรองว่าบริษัทดังกล่าวจะประกอบธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย และนอกเหนือจากการใช้ใบอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้ว บางแห่งยังเพิ่มช่องทางเข้าไปยังสื่อคอมพิวเตอร์ออนไลน์ หรืออินเทอร์เน็ตโดยจัดทำเป็นเว็บไซต์ของกลุ่มค้าเงินเถื่อนโดยเฉพาะอีกด้วย สำหรับการป้องกันตนเองให้พ้นจากการเป็นเหยื่อจากธุรกิจการเงินนอกระบบ ในลักษณะของ แชร์ลูกโซ่ (CHAIN SYSTEM) และขายตรงหลายชั้นแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ รูปแบบการดำเนินงานโดยทั่วไป จะอาศัยช่องทางผ่านบุคคลต่างๆ ที่รู้จักกันก่อนและไว้เนื้อเชื่อใจกัน ต่อจากนั้นจะขยายออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น และมักจะอ้างว่าจะเอาเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูง เน้นการระดมทุนการหาสมาชิกเพิ่มเป็นหลัก โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ที่ค่อนข้างสูงเป็นสิ่งดึงดูดใจ ในช่วงแรกมักจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้เข้าร่วมลงทุนตรงตามเวลาเพื่อกระทำให้มีการร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งและไม่สามารถหาสมาชิกเพิ่มได้ ก็จะปิดตัวหนีไป ตัวอย่างแชร์แม่ชม้อย หรือแชร์แม่นกแก้ว เป็นต้น ส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อจำหน่ายสินค้าถูกต้องตามกฎหมาย อาศัยธุรกิจขายตรงหลายชั้นแบบ MLM โดยมีสินค้าคุณภาพต่ำที่ราคาค่อนข้างสูงเป็นการบังหน้า และอาศัยทีมงานทีมีความชำนาญในการโฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนประชาชนให้สมัครเป็นสมาชิกกับบริษัท ต่อกันไปเรื่อยๆ แบบลูกโซ่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ คือ
1. บริษัทแชร์ลูกโซ่ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อหาสมาชิกเพิ่มเพียงอย่างเดียว มีการเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิก มีสินค้า บังหน้าบ้างแต่คุณภาพต่ำ สถานที่และเอกสารต่างๆ ดูไม่มีมาตรฐาน แผนการตลาดที่แปลงและพัฒนาเพื่อเป็นการล่าหัวคิวและเน้นรายได้จากค่าสมัครสมาชิกเป็นหลักบริษัทเหล่านี้จะเปิดให้เม็ดเงินไหลเข้าโดยการให้แม่ทีมระดมคนเข้ามาสมัครเพื่อที่จะได้รับส่วนแบ่ง บริษัทแชร์ลูกโซ่ไม่ต้องการขายสินค้า แต่เน้นการหาคนเข้ามาสมัครสมาชิกโดยจะมีส่วนแบ่งรายได้ว่าหามาได้กี่คน จะได้ส่วนแบ่งไปเท่าไร และเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง จะปิดบริษัทหนีไป และพร้อมที่จะเปิดบริษัทใหม่ต่อไป
2. บริษัทขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ มีการจัดตั้งบริษัทที่ ใหญ่โตน่าเชื่อถือได้มาตรฐาน มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน หรือเป็นบริษัทของต่างชาติมีคนไทยร่วมลงทุน จำหน่ายสินค้าที่สั่งจองจากต่างประเทศ แต่วัตถุประสงค์หลักของบริษัทคือการรับสมัครสมาชิก และระดมเงินจากสมาชิกจากการบังคับให้ซื้อสินค้าคุณภาพต่ำแต่ราคาแพง ตามที่บริษัทกำหนด โดยมีแผนการตลาดดึงดูดใจสมาชิก เมื่อสามารถหาคนเข้ามาสมัครและซื้อสินค้าทันที จะได้ส่วนแบ่งที่เรียกว่า คอมมิชชั่น พร้อมกับจ่ายเป็นค่าสินค้าทันที ส่วนสินค้าจะบริโภคหรือไม่จะไม่มีการพูดถึง เพราะถูกนำมาแอบแฝงเพื่อให้สามารถคำนวณผลประโยชน์ให้กับสมาชิกเท่านั้น
การเงินนอกระบบมาตรการป้องปรามการป้องกันตัวเองขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินคดี

ขั้นตอนตรวจสอบและดำเนินคดี
กระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดี
การประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
การประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)


ติดต่อ
ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน
สำนักงานเศรฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ตู้ ปณ. 1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Phone 0-2169-7127 ถึง 36
Fax. 0-2618-3368
Email: 1359@mof.go.th

@2013 Financial Crime Suppression Hotline 1359                         
เงินกู้ และ รองเท้าวิ่ง new balance